ต้องสู้จึงจะชนะ ! 'เจินเจิน' กับความหวังหลังสามีป่วยมะเร็ง

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลต้นแบบที่ใครๆ ต่างก็ยกย่องให้เธอเป็นตัวอย่างที่ดีในการต่อสู้ชีวิตกว่าจะมีทุกวันนี้ได้ สำหรับ 'เจินเจิน บุญสูงเนิน' กับการฝ่าฟันเพื่อให้เป็นในสิ่งที่เธออยากเป็น พยายามเพื่อให้ทุกอย่างที่เธอฝันประสบความสำเร็จ หลังจากก้าวเข้าสู่การเป็นนักร้องสาวประเภทสองยุคแรกๆ ที่สร้างชื่อด้วยเพลงฮิตมากมาย การย้ายฐิ่นไปฐานไปอยู่ต่างประเทศ และการกลับมาที่บ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง พร้อมหวนกลับมาสร้างความสุขด้วยเสียงเพลงที่คุ้นเคย แต่เรื่องร้ายๆ ไม่ได้หมดลงแค่นั้น หลังจากที่เธอมีโอกาสได้เจอกับคู่ชีวิต และใช้ชีวิตไปด้วยกัน ตอนนี้เธอก็ออกมาเปิดเผยทั้งน้ำตาเมื่อทราบข่าวว่า 'ประจักษ์ นาสารี' สามีของเธอกำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 3
ขออนุญาตถามถึงอาการป่วยสามีตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
ทราบมาได้ยังไงคะ ทำไมข่าวเร็วจัง พ่อไม่สบายมา 3 เดือนแล้ว ซึ่งตอนแรกเขามีแค่อาการกรดไหลย้อน แต่พอพ่อเริ่มปวดท้องหนักขึ้นแม่ก็เลยแนะนำให้เขาไปหาหมอเถอะ จากนั้นเราก็พากันไปตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งการตรวจของคุณหมอในครั้งนั้นเขาก็บอกว่าไม่น่าไว้ใจ เลยอยากจะขออนุญาตส่องกล้องเพื่อตรวจสอบอีกที ปรากฏว่าจากการส่องกล้องก็ทำให้ได้กับ 2 ก้อนเนื้อขนาดใหญ่บริเวณลำไส้ ตอนแรกคุณหมอไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับพ่อ เขาก็เลยเรียกให้แม่เข้าไปฟังแทน ซึ่งแม่ก็บอกกับเอาไว้ว่าเรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกกับคุณพ่อนะ ขอให้แม่ได้กลับไปคิดและกลับไปทำใจที่บ้านก่อนว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปดี
และในวันที่ต้องไปฟังผลเกี่ยวกับก้อนเนื้อ ซึ่งก่อนหน้านั้นคุณหมอก็ได้บอกแม่แล้วว่ายังไงก็เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะผลเลือดมันมากกว่าคนปกติเกินครึ่ง และนั่นก็หมายความว่าใช่แน่นอน โดยในวันที่คุณหมอนัดให้ฟังผล ตัวแม่เองวางแผนไว้ว่าจะไม่ให้พ่อไป แต่พอได้ปรึกษากับญาติพี่น้องของสามีเขาก็บอกว่า พ่อมีสิทธิ์ว่าตัวเขาเองเป็นอะไรเพื่อที่เขาจะได้ใช้เวลาดูแลตัวเองให้ดียิ่งขึ้น แต่ตอนนั้นแม่ก็คิดหนักนะเพราะแม่กลัวว่าถ้าเขารู้แล้วปรากฏว่าเขาไปเลยแม่จะทำยังไง อีกอย่างก็ยังมีขนาดใหญ่มากเลยด้วย แต่สุดท้ายแม่ก็ตัดสินใจพาพ่อเขาไปฟังผลด้วยกัน ในขณะที่คุณหมอบอกผล แม่ก็จับมือพ่อไว้ตลอด บอกให้พ่อทำใจดีๆ นะ เพราะถึงยังไง... (ร้องไห้)
สภาพจิตใจของครอบครัวเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
พ่อเขาเข้มแข็งมาก แต่เป็นตัวแม่เองที่อ่อนแอ เพราะอาการของพ่อที่เขาเป็นมันคือระยะที่ 3 แล้ว และที่สำคัญก้อนเนื้อก้อนนี้มันอยู่ต่ำมากใกล้ๆ กับรูทวารเลย ซึ่งคุณหมอบอกว่าการผ่าตัดจะยาก เนื่องจากคุณพ่อมีอาการโรคเบาหวาน แถมอายุก็ยังเยอะ (ร้องไห้) แม่ก็ได้แต่หวังว่ามันจะปฏิหาริย์เกิดขึ้น
ทุกวันนี้เราสองคนให้กำลังใจกันยังไง ?
เรานอนกอดกันทุกคืนค่ะ แม่ให้กำลังใจเขาตลอดบางครั้งแม่ก็จะบอกเขาว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแม่จะยืนเคียงข้างพ่อเสมอ เราจะเดินไปด้วยกัน เราจะเป็นกำลังใจให้กัน" ส่วนกำลังใจของคุณพ่อในวันแรกที่เขารู้มือเขาสั่นตลอด (ร้องไห้) แม่รู้ว่าเขาใจเสีย แต่พ่อเขาก็พยายามบอกกับแม่ว่าเขาไม่เป็นไร เขาทำใจได้ เขาพยายามปลอบใจแม่ แทนที่แม่จะได้ปลอบใจพ่อ แต่กลายเป็นตัวแม่เองที่เป็นคนอ่อนแอ
แพลนชีวิตคู่ของเราตอนนี้ตั้งใจจะทำอะไรต่อไป ?
ถ้าเป็นเรื่องแต่งงานก็คงต้องรอสักพักเพื่อให้ทางคุณหมอได้สรุปวิธีการรักษาก่อนว่าจะทำยังไง เนื่องจากตอนนี้คุณหมอยังไม่ฟันธงว่าผ่าตัดได้ไหม แม่กับพ่อก็ได้แค่รอฟังผลอีกทีในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ส่วนเรื่องการดูแลสุขภาพคุณหมอก็แนะนำว่าให้งดทานเนื้อสัตว์ ดื่มน้ำเยอะๆ และอยู่ในที่ๆ มีอากาศบริสุทธิ์
ถ้าหากทำไรเพื่อเขาได้เราอยากจะทำอะไรให้พ่อบ้าง ?
ตอนนี้แม่อยากจะอยู่ใกล้ชิดเขาให้ได้มากที่สุด อยากจะทำอาหารให้เขากินด้วยตัวเอง ทำอาหารคลีนให้เขาทาน เวลาเขาอยากจะไปไหนหรือทำอะไรแม่ก็จะไม่ขัดใจเขาเลย (ร้องไห้)
ซึ่งโดยรวมแล้วผลการตรวจของคุณหมอก็ยังคงไม่แน่ชัดว่าจะรักษาสามีของเธอได้ด้วยวิธีใด ส่วนตอนนี้เธอก็ได้แต่เพียงให้กำลังใจ พร้อมที่อยู่เคียงข้างกันแบบนี้ไปตลอด ยังไงทีมข่าวบันเทิง บูมแชนแนล ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ผ่านเรื่องร้ายๆ นี้ไปได้ด้วยดี และเชื่อว่ากำลังใจดีๆ ที่มีให้แก่กัน จะเป็นยาชั้นที่คอยรักษาให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติได้แน่นอน