เรื่องราวการช่วยชีวิตเด็กในถ้ำหลวง ถูกกำกับโดย 'จอน เอ็ม. ชู' และ 'บาส นัฐวุฒิ'

Entertain

จากที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะมีการนำเรื่องราวการช่วยชีวิตเด็กไทยทั้ง 12 คนและโค้ชอีก 1 คนจากทีมฟุตบอล 'หมูป่า' ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงไปสร้างเป็นคอนเทนต์ระดับฮอลิวูด ตอนนี้ก็มีความคืบหน้าอีกหนึ่งอย่างปล่อยออกมาให้เราได้รู้ โดยขอย้อนความกลับไปก่อนว่าความร่วมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่ Netflix และ SK Global Entertainment ได้รับสิทธิ์จากบริษัท 13 ถ้ำหลวง จำกัด รับหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวภารกิจการกู้ภัยเพื่อช่วยชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงจังหวัดเชียงรายจนกลายเป็นข่าวสำคัญที่ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกและได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง

ความคืบหน้าอีกหนึ่งอย่างที่ได้รู้พร้อมกันตอนนี้ก็เป็นรายชื่อของผู้กำกับที่จะมาทำหน้าที่สร้างสรรค์ให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสมบูรณ์ โดยมีผู้กำกับถึง 2 คน หนึ่งในนั้นเป็นผู้กำกับชาวไทยที่เรามีโอกาสได้เห็นฝีไม้ลายมือของเขาจากภาพยนตร์ เรื่อง 'ฉลาดเกมส์โกง' (2017) อย่าง 'บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ' และอีกหนึ่งคน คือ 'จอน เอ็ม. ชู' เจ้าของผลงาน Step Up 3D (2010), G.I. Joe 2: Retaliation (2013), Now You See Me 2 (2016) และเรื่องล่าสุด Crazy Rich Asians ซึ่งเหตุผลที่ทางเอสเคและเน็ตฟลิกซ์เลือกบาสนั้นเป็นเพราะเจ้าตัวมีชื่อเสียงในระดับโลกจากผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด อีกทั้งยังมีความเข้าใจในรายละเอียดและพื้นที่ของไทยที่เกิดเรื่องราวได้เป็นอย่างดี

บาส นัฐวุฒิ ได้เปิดเผยความในใจที่ได้รับหน้าที่ในการร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวการช่วยชีวิตนี้เอาไว้ว่า “นี่เป็นโอกาสอันดีสำหรับผมในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ และในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่จะเขียนคำขอบคุณถึงคนทั่วโลก”

ส่วน จอน เอ็ม. ชู ก็ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการมาร่วมงานในครั้งนี้ว่า “เช่นเดียวกับผู้คนทั่วโลก เราร่วมลุ้นและตามติดภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ กำลังใจที่มาจากผู้คนทั่วโลกทำให้เรื่องราวที่บีบคั้นความรู้สึกครั้งนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นความสวยงามและเป็นแรงบันดาลใจในการพยายามช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

“เหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ในการเอาชนะสถานการณ์ที่เรียกว่าเลวร้ายที่สุด ยังชี้ให้เห็นว่ามนุษย์นั้นมีพลังมากกว่าถ้าทำงานร่วมกัน นี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดการสนับสนุนของรัฐบาลไทยและความร่วมมือกันระหว่าง Netflix, SK Global และ Starlight ซึ่งเรารู้สึกซาบซึ้งและเป็นเกียรติที่มีโอกาสนำเสนอเรื่องราวของความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่จากนานาประเทศโดยไม่มีอุปสรรคทางภาษา รวมทั้งได้มีโอกาสร่วมมือกับนักสร้างภาพยนตร์จากทั่วโลก รวมทั้ง บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ซึ่งเป็นคนที่จะเข้าใจโทนและรายละเอียดของไทยในพื้นที่ที่เรื่องราวเกิดขึ้นเป็นอย่างดี”

ในเรื่องของรายได้ ทางบริษัท 13 ถ้ำหวง จำกัด ที่มีผู้ช่วยโค้ช เอกพล จันทะวงษ์ เป็นประธาน ได้ออกมประกาศว่าจะบริจาคเงินร้อยละ 15 ของรายได้ที่มาจากการบริหารสิทธิ หรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในการสร้างภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวประวัติชีวิตให้กับองค์กรการกุศลของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาสาธารณภัยอีกด้วย

สำหรับการทำงานในตอนนี้ยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการทำโปรเจกต์เท่านั้น ยังไม่มีข้อมูลของนักแสดง สถานที่ถ่ายทำ หรือระยะเวลาในการเปิดกล้อง ทุนสร้าง หรือแม้กระทั่งฟอร์แมตต์ของคอนเทนต์นี้ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป

MORE READ
COMMENT