'แก้ม วิชญาณี' จากเวที The Star สู่ศิลปินไทยคนแรกบนเวที 'OSCARS'

Entertain

ออสการ์ 2020

จบลงไปแล้วสำหรับงานประกาศผลรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อย่าง OSCARS ครั้งที่ 92 ประจำปี 2020 เพื่อมอบให้กับคนในวงการภาพยนตร์ในหลากหลายสาขา ซึ่งรางวัลในปีนี้ก็เป็นของภาพยนตร์หลายเรื่องที่ไม่ได้ผิดไปจากโผสักเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่ดูจะเป็นไฮไลต์สำคัญบนเวที โดยเฉพาะแฟนๆ ชาวไทยที่ก็ติดตามการถ่ายทอดสดนี้อยู่ไม่น้อย คือการแสดงบนเวทีที่สาว 'แก้ม วิชญาณี' ได้ขึ้นไปโชว์เสียงร้องในเพลง Into The Unknown จากแอนิเมชันเรื่อง Frozen ll ที่เป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงรางวัล 'Best Original Song' ร่วมกับผู้พากษ์เสียงเป็น 'เอลซ่า' อีก 10 ภาษา ไม่ว่าจะเป็น เดนมาร์ก , เยอรมนี, ญี่ปุ่น , ลาตินอเมริกา , นอร์เวย์ , โปแลนด์ , รัสเซีย และสเปน และร่วมด้วย 'อีดินา เมนเซล' เจ้าของเสียงพากษ์ภาษาอังกฤษและศิลปิน 'Aurora' อีกด้วย

ถ้าใครยังจำกันได้เมื่อช่วงปี 2550 - 2551 ในรายการประกวดเพื่อค้นหาดาวดวงใหม่มาประดับวงการบันเทิง อย่าง 'The Star ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 4' ตอนนั้นมีผู้เข้าแข่งขันซึ่งเป็นเด็กสาวอายุ 18 ปีที่ชื่อว่า 'แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น' จากจังหวัดภูเก็ตได้ผ่านเข้ารอบมาจนถึงรอบใหญ่ และเพลงแรกของเธอที่ขึ้นโชว์บนเวที อย่าง 'ตะวันยังมีให้เห็น' ก็สะกดหัวใจคนฟังจนขึ้นไปยืนเป็นหนึ่งในตัวเต็งของซีซันนี้มาตลอดด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง ในละสัปดาห์ที่มีการประกวด พัฒนาการของเธอก็ยิ่งดีมากขึ้น ทั้งความสามารถ บุคลิก เสียงร้อง ไปจนถึงเสน่ห์ที่ต้องไฟอยู่บนเวที ทำให้เธอเข้ามาถึงรอบไฟนอล 3 คนสุดท้ายได้ในเดือนเมษายน 2551

รอบตัดสินที่ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก นี้เอง แก้ม วิชญาณี ได้ขึ้นไปโชว์เดี่ยวเพื่อปิดการแข่งขันของตัวเองในเพลง 'ขอเป็นคนของเธอ' จบลงไปด้วยเสียงปรบมือที่ดังสนั่นฮอล์ เป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยยืนยันได้ว่าตัวตนและน้ำเสียงของเธอสามารถเข้าไปยืนอยู่ในใจของแฟนเพลงได้อย่างสมบูรณ์ในฐานะแชมป์หญิงคนแรกของรายการ The Star โดยเธอได้เคยเล่าถึง The Best Memories ของจุดเริ่มต้นวงโคจรในวงการบันเทิงของตัวเองเอาไว้ว่า

"ตอนที่ประกวด The Star เรามาในฐานะผู้แข่งขัน เรากลับไม่รู้สึกว่าเรามาแข่งขันกับใคร แต่เหมือนกับเป็นการเข้ามาเรียนรู้ มารับฟัง มาร้องเพลง ทำให้ได้ประสบการณ์เยอะมาก เพราะทีมงานทุกคนดูแลแก้มกับเพื่อน ๆ ดีมาก แก้มเองไม่คิดเลยว่าจะได้ผ่านเข้ามาถึงจุดที่ได้เป็นแชมป์ การได้มาถึงจุดนี้มันเป็นอะไรที่เกินคาด 

แรก ๆ ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำตัวยังไงบ้าง ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เรารู้สึกยังไงก็แสดงออกไปอย่างนั้น เป็นตัวเองที่สุด ซึ่งการได้อยู่ในรายการ การได้มีทีมงานดูแลก็ทำให้แก้มก้าวออกมาเป็นคนหนึ่งที่มีความมั่นใจมากขึ้น

พี่ ๆ ในวงการบอกเสมอว่าการที่เราได้มายืนอยู่ตรงนี้ ในวงการนี้ เหมือนจะเข้ามาง่ายนะ แต่ความยากของมันคือทำยังไงถึงจะอยู่ได้นาน นั่นหมายความว่าตัวศิลปินต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เราต้องเป็นตัวของตัวเอง 

เขารู้ว่าเราเป็นเด็กดีและตั้งใจอยู่แล้ว ให้เรารักษาจุดดีตรงนี้ไว้ เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในวงการ เราไม่มีทางทำงานคนเดียวได้ เราคงอยู่หน้าจอทีวีไม่ได้ถ้าเราไม่มีพี่ ๆ ทีมงาน รวมไปถึงทุก ๆ คนเลยที่คอยเป็นกำลังใจและสนันสนุนเรา แฟนเพลงได้ดูเราเป็นภาพเบื้องหน้า มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีทีมงานเบื้องหลังที่คอยผลักดันและทำงานไปพร้อมกัน จงอย่างลืมเด็ดขาด ไม่ว่าชีวิตวันนี้เราจะอยู่จุดไหนก็ตาม 

ทุกคนมักคิดว่าแก้มดูเป็นคนที่มั่นใจ กล้าทำ กล้าแสดงออก แต่รู้หรือไม่ว่าทุกครั้งก่อนขึ้นเวที ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือทุกวันนี้ก็ตาม แก้มเป็นคนขี้ตื่นเต้นมาก จะลนลาน จะรู้สึกอยากอ้วก คลื่นไส้ มันเป็นอย่างนี้ตลอด แต่พอได้หายใจเข้าลึก ๆ แล้วนึกถึงคนที่รอฟังเพลง ไปเจอบรรยากาศคอนเสิร์ต ก็จะมีความมั่นใจกลับมา ตอนประกวดแก้มจะคิดเสมอในทุก ๆ รอบว่าเรามีเวลาแค่ 3 นาทีบนเวที เราต้องทำให้ทุกคนมีความสุขและประทับใจในสิ่งที่เราอยากจะมอบให้กลับไปแค่นั้นพอ มันเป็นวินาทีของเรา เราต้องทำให้ดีที่สุด และเราต้องเต็มที่กับมัน เพราะเราจะหวนกลับไปทำใหม่ไม่ได้แล้วนะ"

แก้ม วิชญาณี ได้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมามากกว่า 10 ปีแล้ว จากเด็กสาวชาวภูเก็ตที่ยังไม่มีพัฒนาการใด ๆ มากพอที่จะเข้ามาโคจรอยู่ในวงการนี้ตั้งแต่เมื่อเริ่มแรกที่เข้าแข่งขันในรายการ เธอได้ปรับเปลี่ยน ผลักดันศักยภาพของตัวเองให้สูงขึ้น พัฒนาบุคลิกภาพและรูปร่างของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนได้การยอมรับว่าเป็นนักร้องหญิงที่มีน้ำเสียงโดดเด่นมากที่สุด ไม่ใช่แค่สวยวันสวยคืน แต่เธอยังทำให้เราภาคภูมิใจเสมอในทุกสิ่งที่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเธอได้เคยพูดเอาไว้ว่า "ถ้าเราอยู่ในวงการแล้วมันแย่ลง มันไม่ใช่แล้ว มันต้องพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นอกจากต้องพัฒนาสิ่งนั้น เราต้องดูแลตัวเองยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งสำคัญของนักร้อง นักแสดง คนในวงการบันเทิงที่จะต้องดูดีขึ้นเรื่อยๆ อาจจะไม่ได้สวยเป๊ะเวอร์ แต่ว่าดูดีในแบบที่เราเป็นก็พอ"

จากจุดเล็ก ๆ ในรายการ The Star ดูเหมือนว่าเส้นทางและแสงแห่งดวงดาวนี้จะทำให้เธอยิ่งฉายแสงและพาเธอออกเดินทางไปได้ไกลมากกว่าเดิม แก้ม ได้เคยพูดถึงความรู้สึกต่อพัฒนาการในวงการบันเทิงของตัวเองที่เพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ว่า "แก้มชอบตัวเองมาก ภูมิใจที่ได้ทำทุกโมเมนต์ของชีวิตนี้ ไม่รู้สิ มันรู้สึกดีที่ได้เห็นพัฒนาการของตัวเอง ชีวิตแก้มมันเต็มไปด้วยความไม่น่าเชื่อว่าเราจะผ่านจุดนั้นมาได้ แก้มภูมิใจกับทุกๆ อย่างที่ได้เป็น แก้มมาจากการร้องเพลง การร้องเพลงคือความสามารถที่แก้มมี เป็นตัวตนที่สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้ ถ้าแก้มไม่มีตรงนั้นก็คงไม่มีวันนี้"

ภาพประกอบ Instagram gamwichayanee

MORE READ
COMMENT