โพสต์เมื่อ 14 กันยายน 2559
 
 

Kubo and the Two Strings

สต็อปโมชั่น เริ่มต้นในฐานะที่เป็นเทคนิคพิเศษในยุคเริ่มต้นของภาพยนตร์เมื่อกว่า 100 ปีมาแล้ว โดยงานนี้ "ไลก้า" พารูปแบบศิลปะที่ยืนนานนี้มาสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างก้าวกระโดด ด้วยการคิดค้นระบบใหม่ๆ ปรับใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่จากอุตสาหกรรมอื่นๆ และผสมผสานงานของฝ่ายเทคนิคพิเศษด้านภาพเข้ากับทุกช็อตของหนัง มันเป็นสิ่งที่ไลก้าเรียกว่ารูปแบบ “ลูกผสม” ของการทำภาพยนตร์แอนิเมชั่น แม้สต็อปโมชั่นจะยังคงเป็นหัวใจ สิ่งที่ไลก้าทำไม่สามารถนิยามด้วยคำคำเดียวนั้นอีกต่อไป
สต็อปโมชั่นเป็นการฝึกระเบียบวินัยอย่างหนึ่งที่มีมานาน ในขั้นตอนการผลิต แอนิเมเตอร์จะจับให้วัตถุที่จับต้องได้ (เช่น ตัวละคร อุปกรณ์ประกอบฉาก ฉาก ฯลฯ) ขยับทีละภาพๆ อย่างละเอียดและอุตสาหะพยายาม (ในภาพยนตร์จะมี 24 ภาพต่อวินาที) แต่ละภาพจะถูกถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพยนตร์ สองครั้ง-ถ้าเป็นกล้อง 3 มิติแบบในหนังที่ไลก้าทำ เมื่อภาพที่ถูกถ่ายจำนวนหลายพันภาพถูกนำมาตัดต่อและฉายติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ตัวละครและสภาพแวดล้อมในหนังจะมีชีวิตขึ้นมา ความมหัศจรรย์ของภาพยนตร์ถูกสร้างขึ้นด้วยมือ
แม็คลีนพูดถึงการเปลี่ยนการแสดงความรู้สึกทางสีหน้าของหุ่น ว่าการเปลี่ยนหน้าจากภาพหนึ่งไปภาพถัดไปสามารถเปลี่ยนเป็นขนาดเท่าใดก็ได้ ใหญ่มาก หรือเล็กกว่าความกว้างของเส้นผมคนก็ทำได้ แต่ก็ยังต้องใช้ใบหน้าที่พิมพ์ใหม่ทั้งหมดเพื่อใส่เข้าไปในหุ่น เช่น ใบหน้าของคูโบ้มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งตลอดเรื่องราวของหนัง ทั้งแบบใบหน้าสะอาด ใบหน้าที่มีหิมะ หน้าเปียก หน้าตกใจกลัว และทั้งเปื้อนฝุ่นและไม่มีฝุ่น ห้องสมุดที่สร้างสำหรับตัวละครตัวนี้ มีปากที่แสดงความรู้สึกในแบบของเขาเอง 11,007 ปาก และหน้าผากที่แสดงความรู้สึกในแบบของเขา 4,429 อัน มีใบหน้าที่พิมพ์ออกมาทั้งหมด 23,187 ใบหน้า ซึ่งนั่นหมายความว่ามีใบหน้าที่แสดงความรู้สึกแบบต่างๆได้สำหรับเขามากกว่า 48 ล้านใบหน้า
“นี่เป็นหนังที่มีการประดิษฐ์ด้วยความประณีตเป็นอย่างมาก ถึงแม้เราจะใช้สไตล์การจัดแสงที่เป็นธรรมชาติของไลก้า การใส่แสงธรรมชาติเข้ามาในหลายฉากกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหนังของเรามีความมหัศจรรย์เยอะมาก เราอยากให้คนดูสนุกกับมัน แต่ก็ยังรู้สึกอิงอยู่กับความเป็นจริง การใส่แสงที่เหมือนพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ และเติมแสงที่ใส่เข้ามาในฉากเพื่อสะท้อนก้อนเมฆที่กำลังลอยผ่าน หรือพระอาทิตย์กำลังเคลื่อน กลายเป็นวิธีของเราในการทำให้อุณหภูมิของความเป็นดราม่าสูงขึ้นในฉากนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากแอ็คชั่นหรือฉากการต่อสู้ ในฉากที่ไม่ค่อยมีการพูดคุยกันระหว่างคูโบ้ ด้วง และลิง เรามักจะใช้แสงนุ่มๆจากกองไฟที่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบฉาก”
สนับสนุนเนื้อหา โดย บูมแชนแนล